รูปกันเลย













รูปกันเลย













เพื่อนๆคงเห็นด้วยใช่ไหมคะว่า แสตมป์เป็นกระดาษแผ่นเล็กๆที่ดูสวยงาม หลากหลาย มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และน่าสะสม การสะสมแสตมป์เป็นที่แพร่หลายในหมู่เยาวชนอย่างพวกเราก็เพราะแสตมป์นั้นหาได้ง่ายๆ แค่ขอจากคุณพ่อ คุณแม่ ลอกออกมาจากจดหมายที่ท่านได้รับมาเราก็ได้แสตมป์หลายลายเอาไว้สะสมกันแล้ว ยังไม่นับแสตมป์ที่ระลึกในโอกาสต่างๆที่ทางไปรษณีย์จัดทำขึ้นมา ซึ่งเพื่อนๆสามารถหาซื้อได้จากที่ทำการไปรษณีย์ใกล้ๆบ้านในราคาไม่แพง | ||||||||
แล้วเพื่อนๆรู้ไหมจ้ะ ว่าการสะสมแสตมป์ เริ่มขึ้นมาบนโลกใบนี้ได้ยังไง? ก่อนอื่นเราต้องย้อนกลับไปก่อนว่าแสตมป์ดวงแรก ของโลกกันก่อน แสตมป์ดวงแรกของโลกคือแสตมป์แบล็คเพนนีของประเทศอังกฤษ แต่ในแสตมป์ไม่มีชื่อประเทศพิมพ์เอาไว้หรอกจ้ะ ออกใช้ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2383 คือเมื่อ 165 ปีมาแล้ว ภาพสัญลักษณ์บนแสตมป์เป็นภาพสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย พระราชินีผู้ปกครองประเทศอังกฤษ มีราคาบนดวงคือหนึ่งเพนนีจ้ะ และเมื่อแสตมป์ชุดแรกของโลก "เพนนีแบล็ค (PENNY BLACK) ได้ออกจำหน่ายแล้ว ประเทศต่าง ๆ จึงได้จัดพิมพ์แสตมป์ออกมาใช้ในกิจการไปรษณีย์ของตนเองบ้างตามๆกันไป | ![]() | |||||||
การสะสมแสตมป์ครั้งแรกในโลกเริ่มขึ้นหลังจากแสตมป์ชุดแรกของโลกออกวางจำหน่ายมาแล้ว 2 ปี โดยสุภาพสตรีที่เป็นครู ูได้เป็นผู้ลงประกาศ ในหนังสือ พิมพ์ TIME OF LONDON ว่าเธอต้องการรับซื้อแสตมป์จำนวนมากเพื่อนำไปใช้ประดับฝาผนังบ้านของเธอ (คงต้องใช้เยอะน่าดูล่ะ...) อีก 10 ปีหลังจากนั้นครูอีกท่านหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศษ ได้ใช้แสตมป์เป็นสื่อการสอนวิชาภูมิศาสตร์กับลูกศิษย์ของตน โดยให้ลูกศิษย์หาแสตมป์ ที่ใช้แล้วของประเทศต่าง ๆ และยังให้ค้นหาด้วยว่าแสตมป์ที่นำมาเป็นของประเทศใด และประเทศนั้นอยู่บริเวณใดบนแผนที่โลก ช่วยให้เด็กๆเรียนภูมิศาสตร์ ได้อย่างสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อจึงได้มีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้น โดยมีการเก็บใส่อัลบั้ม ..อันนี้ใครจะลองเอาไปใช้บ้าง แกก็คงไม่หวงหรอกนะจ้ะ | ||||||||
| แสตมป์ดวงแรกของไทย.. | ||||||||
เพื่อนๆคงทราบกันแล้วว่าการไปรษณีย์ของไทย ถือกำเนิดขึ้นหลังจากมีการใช้แสตมป์ครั้งแรกในโลก 43 ปี ในสมัยพระปิยมหราราชรัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2426 ซึ่งในช่วงแรกๆ จะรับส่งเฉพาะในเขตพระนคร และ ปริมณฑลเท่านั้น | ![]() | |||||||
![]() | ||||||||
| ||||||||
อ่านชีวประวัติของท่านสุนทรภู่กันมาแล้ว เพื่อนหลายคนอาจสงสัยว่า นิราศ คืออะไร นิราศ ก็คือบทประพันธ์ที่แต่งขึ้นเพื่อบรรยายถึงสภาพการเดินทาง หรือพูดแบบเข้าใจง่าย ก็คือบันทึกการเดินทางยังไงล่ะคะ เพราะในสมัยก่อนไม่เหมือนตอนนี้ การเดินทางไปต่างจังหวัดแต่ละที่นั้น ลำบากและใช้เวลานานมาก เพราะคนในสมัยนั้น เส้นทางการเดินทางที่สะดวกที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นการเดินทางทางน้ำ หรือการล่องเรือไปตามแม่น้ำไปยังเมืองต่างๆนั่นเอง ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่ารถยนต์ในสมัยนี้มากเอาการ อย่างเช่นการเดินทางไปจังหวัดนครปฐม ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้ใช้เวลาในการเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมง(แต่งนิราศไม่ทันหรอก..) แต่ในสมัยก่อนต้องใช้เวลาหลายวัน | |
สังเกตุได้ว่า นิราศที่แต่งกันในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้นจะแต่งทั้งเป็นโคลงและเป็นกลอนสุภาพ เพราะดูเหมือนกวีที่แต่งนิราศในครั้งรัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ จะถือคติต่างกันออกเป็น ๒ พวก พวกหนึ่ง ถือคติเดิมว่า โคลงฉันท์เป็นของสำคัญและแต่งยากกว่ากลอน กวีพวกนี้แต่งนิราศเป็นโคลงตามแบบอย่างกวีเอกสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ ศรีปราชญ์ ทั้งนั้น ในบรรดานิราศของท่านสุนทรภู่ นิราศภูเขาทอง ได้รับการยกย่องว่าเป็นนิราศเรื่องเยี่ยมที่สุดของ ท่านสุนทรภู่ ท่านแต่งเรื่องนี้ เมื่อครั้งเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัด พระนครศรี อยุธยาคาดว่าไปในราวปี พ.ศ.๒๓๗๑ นิราศเรื่องนี้ไม่ยาวมาก แต่กลับเต็มไปด้วยบทกลอนที่ไพเราะ และให้แง่คิดสำหรับการดำรงชีวิต อาจเป็นเพราะท่านสุนทรภู่แต่งนิราศเรื่องนี้หลังจากได้บวชมาได้หลายพรรษาแล้วก็เป็นได้ จึงได้เรียนรู้ถึงความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น เส้นทางการเดินทางใน นิราศเรื่องนี้จะคล้ายกับนิราศพระบาท เพราะออกจาก พระนครทวนแม่น้ำขึ้นไปทางเหนือเหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่าแนวคิดของท่านเปลี่ยนไปยังไง ลองเข้าห้องสมุดหานิราศพระบาทซึ่ง แต่งในสมัยที่ท่านมีอายุได้ 21 ปี และนิราศภูเขาทองมาอ่านเทียบกันดู ถ้าแปลไม่ออกก็ถามคุณพ่อ คุณแม่ หรืออาจารย์ภาษาไทยก็ ได้นะจ้ะ ข้อมูลบางส่วนจาก website www.thai.net/sunthornphu | ![]() |
![]() | |